People say I look Young? Is it external? 年齢より若く見えると言われますが? 外見? 若く見える秘訣?

Ok… Before I start… This is not a bragging post, just my honest true story and thoughts.

まず最初に。これは別に自慢するわけでは無く、私が本当に思っていることなのでご了承ください。

ขอบอกก่อนว่านี่ไม่ใช่บทความเพื่ออวดอะไรทั้งสิ้น เป็นความเชื่อส่วนตัว และเรื่องจริงของตัวเอง

 

Here we go. では始めます。มาเริ่มกัน

 

I am in my 30’s now, on the way to 40’s. I have been told by many that I look younger than my real age. This never happened before in my life. Back in the days, usually people will say I look old.

私は30代です(アラサーですね)。多分あっという間にアラフォー。私は歳の割には若く見えると言われます。昔の私では到底耳にしない言葉です。昔は老け顔だねとよく言われました。

ตอนนี้ชีวิตก็เข้าเลข 3 เรียบร้อย… อีกไม่นานเลข 4 แล้ว… ชอบมีคนบอกว่าหน้าเด็ก ถ้าเป็นในอดีตจะมีแต่คนทักว่าหน้าแก่

 

Like it or not, we all age. 好き嫌い別として、みんな歳をとるのです。

ชอบหรือไม่ชอบยังไงคนเราก็ต้องแก่ลงตามธรรมชาติ

I was chubby (65kg at max), dark skin, super round face, didn’t have my own mind, needy, nerdy, and wasn’t good at school. My only ‘A’s in my report card were art and PE. Needless to say, I did not have a glamorous teen year.

私どっちかというとぽっちゃり系でした(最高65キロ)、小麦色肌、めっちゃ丸顔(アンパンマン的な)、自分の考え無し、周りの人に世話にばかりなってて、学校での勉強もまともに出来てませんでした。成績も「A」を取れたのは美術の授業と体育だけだった。結構目立たず、暗〜い中学から高校までの日々でした。

สมัยก่อนเป็นเด็กเจ้าเนื้อ น้ำหนักสูงสุด 65kg ผิวสองสีถึงคล้ำ หน้ากลมเป็นอังปังแมน ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง เป็นภาระให้คนอื่น เรียนหนังสือก็ไม่เก่ง วิชาที่ได้คะแนนเต็มมักจะเป็นศิลปะกับพละ มีชีวิตวัยเด็กและวัยรุ่นที่ค่อนข้างเงียบเหงา

 

Being a person with so much self-esteem problem, I’ve found a way to get over all that.

自尊心にかけてる私でしたが、今はそれを乗り越えられました。

ถึงจะเป็นคนที่มีปัญหาความมั่นใจเยอะ แต่ก็หาทางหลุดออกมาจากตรงนั้นได้

 

The secret to looking youthful, I think is the mind. Yes, I said it. It’s how you think about yourself and how you accept and grow with yourself

私的秘訣は、精神です。そうです、自分をどのように思い、どのようにに自分を受け入れ、自分と成長していくかの事です。

ความลับในการที่จะทำให้ดูอ่อนเยาว์อยู่ที่ความคิด ใช่แล้ว มันคือความคิดของเราที่มีต่อตัวเอง มันคือการยอมรับและโตไปกับตัวเอง

 

Of course, you have to take good care of both your body and mind… But here’s the thing, you can start going to the gym or try to eat healthy from tomorrow, but unless you have the right mindset, it’s not going to last. Because most people do it for the wrong reason. Such as, ‘Because everyone is doing it’, ‘I want to be just like her’, ‘My boyfriend said I should do it’… etc… That is why I emphasize on psychological mindset. This will be what truly drive you… Keep you on track and let you achieve goals.

もちろん心も体も、両方手入れが必要です。健康管理や運動はわかりやすいと思っても、長続きしない人の方が多いです。それは何故かと言うと、始めた理由が間違っているからです。ほとんどの人は、「みんながやってるから」、「あの子みたいになりたいから」、「彼氏や友達に勧められたから」などの理由で始めます。でもそれでは三日坊主で終わる可能性大です。本当に自分を変えたい、自分の為に何かやりたいをはっきりさせないといけません。それにはやっぱりちゃんと自分を好きにならなきゃいけないのです。

แน่นอนเราต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ แต่การออกกำลังกายหรือว่าควบคุมอาหารเป็นอะไรที่ถ้าเราเริ่มทำแบบไม่เข้าใจจริง มันมักจะไม่ต่อเนื่อง เหตุผลที่คนส่วนใหญ่อยากจะเปลี่ยนตัวเองก็จะมี ‘เห็นคนอื่นเค้าทำกัน’ ‘อยากเป็นเหมือนคนโน้นคนนี้’ ‘แฟนหรือเพื่อนบอกให้ทำ’ … แต่เหตุผลเรานี้ถ้าดูดีดีเรากำลังโยนความรับผิดชอบให้สิ่งรอบข้าง เพราะฉะนั้นสำคัญมากที่เราจะต้องปรับความคิด จงกระทำการเพื่อตัวเองน่าจะดีกว่า

 

Here’s the list of what I think we should keep doing to have a healthy positive mind, no matter how old we get:

このリストは私の中ではどんなに歳をとってもやり続けたいことです:

สิ่งที่ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ควรทำต่อเนื่อง:

  1. Eat right(できるだけ正しい食生活)กินอาหารให้ถูกสุขลักษณะ
  2. Exercise(運動)ออกกำลังกายให้เพียงพอ
  3. Sleep enough(睡眠)นอนหลับให้เต็มอิ่ม
  4. Drink lots of water(水をいっぱい飲む)ดื่มน้ำเยอะเยอะ
  5. Be positive(ポジティブに)คิดบวก
  6. Spend some time to re-evaluate myself(定期的に自分評価)หาเวลาวิเคราะห์ตัวเอง
  7. Have goal / hobby(目標と趣味は必要)จงมีเป้าหมายและงานอดิเรก

 

The key to looking young is not about looking like a kid. It’s about your vibe and spirit. It’s more about looking youthful. And to look youthful is about accepting and growing with yourself. Learn to love and embrace who you are. Not letting external factor affect your mind.

若く見えることって、子供っぽく見られるのではなく、若々しい精神だと思います。精神的に若々しいことは、周りから左右されずちゃんと自分の価値を理解し、自分らしく生きることだと思います。

การจะดูอ่อนเยาว์ไม่ได้หมายความว่าให้ดูเหมือนเด็ก แต่มันคือความอ่อนเยาว์ของจิตใจและจิตวิญญาณ พลังความอ่อนเยาว์ไม่ได้อยู่ที่หน้าตา ยู่ที่การยอมรับตัวเองและโตไปกับตัวเอง รักตัวเองพอที่จะไม่ให้สิ่งรอบข้างมาเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับตัวเอง

 

So what is it to love yourself?

自分を好きになるって、どういう事?

การรักตัวเองคืออะไร?

 

I can give you my example. 私の例 ตัวอย่าง

Ever since I was a kid, I’ve been bullied, called names and teased about my skin color. My mom is Japanese, and yes she’s got Snow-White-Skin. Me being half Thai, my skin is tan. And not only that, I love the beach, pool and outdoor activities… so naturally it’s harder for me to have white skin. Especially being born in this tropical country like Thailand, unless you’re related to Edward Cullen then it’s gonna be a challenge to get pale skin.

小学校の時からいつも周りから言われました、、、日本人とのハーフなのになんで肌色が濃いのかって。私の母親は日本人でもちろん肌色は白いです。白雪姫かのような。私はタイとのハーフなのでちょっと小麦色の肌色です。その上アウトドア系なので日差しは避けられません。特にタイランドに住んでいるので、ヴァンパイアでない限り白い肌は難しいですね。

ตั้งแต่เด็ก ชอบโดนล่อเลียนเกี่ยวกับผิวพรรณที่ไม่ค่อยจะขาว ด้วยความที่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น คุณแม่จะมีผิวที่ขาวมาก ทำให้คนรอบข้างเปรียบเทียบ บวกกับเป็นคนที่ชอบเล่นข้างนอก ไม่กลัวแสงแดด เลยกลายเป็นคนที่ขาวยาก

 

The bullying used to bother me so much. You have no idea. (The funny irony of this was that I got to play Snow White when I was in grade school… lol… ) Anyways… This teasing did not end… it went into my teen and adult life. I tried all these supplements, whitening creams and skin care product, spa treatment, and etc… I will get lighter for a short while… but being an outdoor person… it’s just impossible to maintain that.

周りからの言葉は当時の私にはかなり傷つきました。(でもなぜか白雪姫の役を学校の文化祭でやった記憶が、笑)まぁ、そんな感じで、イジメまではいかなくとも、そういった無神経な言葉で中学、高校、大学、と大人になってもずーっと言われ続けてきました。私はサプリ、ホワイトニング・クリームやスキンケア、トリートメント等、自分で色々と解消法を探しました。ちょっとの間は白くなったりするのですが、やっぱり外の紫外線に当たればすぐにくすんでしまいます。

คำพูดของคนรอบข้างสมัยนั้นทำร้ายจิตใจพอสมควร (แต่ก็ได้เล่นเป็นสโนว์ไวท์ในละครโรงเรียน…โดนล้อเลียนหนักขึ้นอีก) การล้อเลียนอาจจะไม่รุนแรง แต่มันก็ทำให้เราเสียความมั่นใจ เป็นอย่างนี้มาตลอดจนโต พยายามทานอาหารเสริม ทาครีม และอีกหลายวิธี ผิวพรรณก็จะขาวขึ้น แต่พอเราตากแดดแป๊บเดียวก็จะเหมือนเดิม

 

But you see… this skin thing bothered me so much because I was in Thailand (or any other South East Asian Country). When I go to other countries… NO ONE CARES. It took me so long to finally figure out that people with proper mindset have other things to focus on rather than skin color. (Of course people who still make skin color an issue still exist but the point is that they know that that’s a problem… but people here doesn’t.)

でも気付いたのです。この肌色の問題は、私ではなく、ここタイの人たちの価値観だったからです。(他の東南アジアの国もそうと聞きました)。海外、欧米やヨーロッパに行ってみたら、誰もそんなこと気にしていなかった。やはり考え方が違うので、肌色を気にするより、もっと重大なことに気を入れた方がいいとのことです。(もちろん肌色でまだもめてる人たちもまだいますが、世間的にそれはやってはいけない事とちゃんと理解しているのです。こっちの人は当たり前かのように平気で人の肌色や外見の悪口を言いますからね。)。

แต่พอมาวันนึงเราก็สำนึกว่าเราใส่ใจเรื่องผิวพรรณเพราะว่าเราอยู่ในประเทศนี้ (และอีกหลายประเทศในแถบนี้) เพราะตอนไปต่างประเทศไม่เห็นมีใครเค้าใส่ใจ จึงทำให้รู้ว่ามันอยู่ที่ค่านิยมของแต่ละประเทศ และแต่ละกลุ่มคน (แน่นอนปัญหาเหยียดสีผิวยังคงมีอยู่ แต่คนส่วนใหญ่มีการศึกษาพอที่จะรู้ว่าไม่ควรทำ) แต่คนในบ้านเรา เข้าใจว่าไม่ได้คิดมาก แต่ชอบล้อเลียนและพูดจาโดยไม่คิดจึงทำให้คนที่เป็นฝ่ายรับคำพูด บางทีก็เจ็บได้

 

The magic is that, once you don’t care about the skin color, or more like don’t care about what these people got to say about your skin color, you start to embrace yourself. Go out bold and show it off… then voila… you attract different types of people. A better crowd.

不思議な事に、私が肌色の事を気にしなくなったら、、、というか悪口を言う人達を気にしなくなったら、ですけどね、、、だんだん自分が本当に好きになれるようになりました。もう隠さず堂々と。そうすると不思議と周りに集まる人達もそういう女々しい事を気にしないような人が集まるようになりました。ダントツ、こっちの方が正解です。

สิ่งที่น่าตกใจคือ เมื่อตัวเองเริ่มไม่ใส่ใจกับคำพูดเหล่านั้น เริ่มรู้สึกว่าตัวเองก็มีอะไรดีเยอะ เริ่มสามารถชอบตัวเองได้ ตอนนี้เลยไม่อายแล้วก็ไม่กลัวเรื่องสีผิวเลย แล้วรอบตัวเราก็จะมีแต่คนที่ไม่แคร์เรื่องแบบนี้

 

I was so affected by the teasing and the bullying because I felt like I wanted to fit in with these people’s social norm. But once you figured out that these people are just ‘not-there-yet-people’… You absolutely don’t care. Coz at the end of the day you want to hang out with people who have better mindset and better use of their brain cells.

言葉に傷つけられていたってことは、私はその人達に受け入れて欲しかったという想いもあったからだと思います。でも世界はこの人達だけではなく、この人達の理論だけが世の中の正解ではないことに気づくと、本当に肌色なんでどうでもいいですね。最終的には心の小さい人達ともまざりたくないし。

สมัยก่อนคงจะเป็นเพราะว่า เราต้องการให้คนเหล่านั้นยอมรับเรา เราจึงพยายามเป็นในสิ่งที่สังคมของพวกเขาคิดว่าถูกต้อง หรือว่าดี แต่พอโตขึ้นก็เริ่มเข้าใจว่าค่านิยมเหล่านั้นถูกจำกัดอยู่แค่ในกลุ่มของคนบางคนเท่านั้น แล้วเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น

 

And that’s what I mean by Loving and Embracing Yourself. The way you accept yourself will change the way you see the world, hence will draw and screen a certain type of people into your life.

自分を受け入れられるようになって、自分をもっと好きになれて、それが自分を強くしてくれたのだと思います。精神的に強くなると、世の中の見方も変わってくるし、自分から発する言葉や行動が周りに影響し、波長の合う人たちが集まります。

เมื่อเราเอาตัวเองออกมา ความสบายใจก็เกิดขึ้น เริ่มรักตัวเองมากขึ้น ความมั่นใจเยอะขึ้น วิธีมองโลกก็เปลี่ยนไป ทำให้กล้าทำอะไรมากขึ้น ทำให้มีคนที่ดี มีความคิดที่ดีมารวมตัวยู่รอบตัวเรามากขึ้น

 

Me… Now. Never felt better. I feel healthier than when I was in my teens or twenties. I feel confident and good about myself. I can’t believe I used to be so negative, now that I’m with positive thoughts about myself. These thoughts led me to meeting awesome people who share similar mindset, creating great vibe and energy so in return nourishes my mind and thoughts. Results in a more motivation and youthful look.

今の私は、絶好調です。10代、20代の時より健康的だし、自信もあるし、今の自分が好きです。ネガティブだった私がこんなにポジティブになれて、素敵な出会いがたくさんあり、いいエナジーが周りに集まり、それが今の私のモチベーションを上げ、若々しい自分を作ってくれてると思います。

ตอนนี้รู้สึกดีที่สุดในชีวิต มีความสุขมากกว่าตอนอยู่ในช่วง10 หรือ 20 ปี สุขภาพแข็งแรงดี ความมั่นใจก็มี ชอบและพึงพอใจกับตัวเอง ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เก็บตัวแล้วชอบมองโลกในแง่ร้ายเรา จะสามารถคิดบวก เจอคนที่ดีได้มาขนาดนี้ ทำให้เป็นแรงผลักดันให้เราอยากจะทำอะไรที่ดีให้กับตัวเอง แล้วคนรอบข้างมากยิ่งขึ้น

 

Skin color wasn’t my only source of low self-esteem… I had weight problem, Study problems, Social problems… and many more. But all of that are out of window ever since I developed a positive mindset about myself. And naturally I’ll do good things to my body and soul, hence result in better me today.

肌色だけが私の幼少の頃の問題ではありませんでした。その他に 体重、勉強、人間関係等もありました。でも自分を受け入れ、自分が好きになれたからこそ、モチベーションも上がり、もっと自分の為にできる事をしようと思いました。

เรื่องสีผิวไม่ได้เป็นแค่ปัญหาเดียวตอนเด็ก ยังมีเรื่องน้ำหนัก การเรียน การเข้าสังคม และมากมาย แต่ปัญหาทั้งหมดก็ค่อยค่อยคลี่คลาย หลังจากสามารถยอมรับตัวเองและรักตัวเองได้มากขึ้น แค่นี้ชีวิตก็สดใสได้ค่ะ

About akinoyuutsu

I'm half Japanese and Thai. I sing, draw, create stuff.. and love Fashion. Currently based in Bangkok, Thailand. 日本人とタイ人のハーフで、タイランドと日本を行ったり来たりしてる、ファッション好きな女の子です。

3 comments

  1. I’m glad to see you’ve found the light in such dark times. Keep writing, you’re an inspiration for others 🙂
    https://mzukowskiblog.wordpress.com

    Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: